โรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี ตั้งขึ้นที่บ้านดงกระสือ ใกล้กับบ้านกระทิง ตำบลพลวง อำเภอมะขาม (ปัจจุบันแยกเป็นอำเภอเขาคิชฌกูฏ) จังหวัดจันทบุรี เนื่องจากบริเวณนี้เป็นป่า เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงวัวกระทิง ประกอบกับเส้นทางที่ผ่านมา ก่อนถึงโรงเรียนต้องผ่านบ้านกระทิงจึงเรียกกันติดปากว่า ”เกษตรกระทิง”และตรงกับชื่อน้ำตกกระทิงซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเทือกเขาคิชฌกูฎ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าทางทิศตะวันออกของโรงเรียน เกษตรกระทิง จากการสำรวจและขึ้นทะเบียนที่ดินของกรมธนารักษ์มีเนื้อที่ทั้งสองฝั่งถนนรวมทั้งสิ้น 1,567 ไร่ 3 งาน 79 ตารางวา ติดกับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์มะขาม (ปัจจุบันคือโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48) ค่ายลูกเสือจันทบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ
“แม้มีป่าปิดรอบทุกขอบทิศ แต่น้ำจิตไมตรีเรามีให้”
ในปีพ.ศ.2492 หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาษอธิบดีกรมอาชีวศึกษาได้ดำริให้ทางจังหวัดจัดหาที่ดิน เพื่อสร้างโรงเรียนเกษตรกรรม จังหวัดได้พิจารณา พื้นที่บริเวณเขาตาบกเขตอำเภอเมือง และ บ้านห้วยปลาดุก เขตอำเภอท่าใหม่ แต่การคมนาคมไม่สะดวก จึงถูกระงับไป
พ.ศ.2496 กรมสามัญศึกษาได้พิจารณาจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ขึ้นที่หมู่บ้านดงกระสือ ตำบลพลวงอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี และพื้นที่นี้มีความเหมาะสมที่จะตั้งโรงเรียนเกษตรกรรม เพราะเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์และติดกับเขากระทิงมีน้ำตกสูงไหลแรง สวยงามมาก
ทางจังหวัดจึงได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการติดต่อกับกระทรวงมหาดไทย ขอสงวนพื้นที่จำนวนหนึ่งไว้สำหรับจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรม
พ.ศ.2500 ได้มีการสำรวจและจัดแนวเขตโรงเรียนโดยมีพื้นที่ประมาณ 3,149ไร่ ต่อมา
นายเชิญ มณีรัตน์ หัวหน้ากองโรงเรียนเกษตรกรรม และคณะได้มาสำรวจที่ดินแห่งนี้ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2501 และมีความเห็นว่าพื้นที่เหมาะสมที่จะจัดตั้ง โรงเรียนเกษตรกรรม
แต่การคมนาคมยังไม่สะดวกเห็นควรจะรอการจัดตั้งไว้ก่อน
พ.ศ.2503 นายอภัย จันทวิมล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสามัญศึกษาได้ไปราชการที่จังหวัดจันทบุรี และได้เข้ามาดูสถานที่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2503 มีความเห็นให้แบ่งที่ดินออกเป็น 3 ส่วน คือ
- จัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เนื้อที่ 400 ไร่
- ตั้งค่ายลูกเสือของจังหวัด เนื้อที่ 200 ไร่
- สำหรับจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี เนื้อที่ 2,549 ไร่
การจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และค่ายลูกเสือจังหวัดจันทบุรี เป็นผลดีแก่การจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี เพราะได้อาศัย นายละออ วรรณทอง ครูใหญ่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ช่วยดูแล และคุ้มกันบริเวณของโรงเรียนเกษตรกรรม มิให้ผู้ใดมาบุกรุกจับจองที่ดินของโรงเรียน
ปีงบประมาณ 2504 กรมอาชีวศึกษาได้ให้งบประมาณเพื่อบุกเบิกที่ดิน ตามที่จังหวัดได้เสนอไปเมื่อปี พ.ศ.2503จำนวน 100,000 บาท พร้อมจัดซื้อรถจี๊ปสำหรับเจ้าหน้าที่ของจังหวัดเข้าออกดำเนินการ 1 คัน และจ่ายเป็นค่าถางป่า รื้อเก็บ จำนวน 25 ไร่ ซื้อพันธุ์ทุเรียน และเงาะสีชมพูอย่างละ 100 กิ่ง และจ้างคนขุดหลุมปลูกพร้อมบำรุงดูแลรักษา
พ.ศ.2505-2506 ทางโรงเรียนยังไม่ได้รับงบประมาณให้จัดตั้งเช่นเคย แต่ทางกรมอาชีวศึกษา หัวหน้ากองโรงเรียนเกษตรกรรมและเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย รวมทั้งจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ได้กระตือรือร้น ที่จะได้งบประมาณมาจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรีโดยเฉพาะท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามข่าวคราว และไปเยี่ยมสถานที่ที่จะจัดตั้งโรงเรียนทุกครั้งที่ไปราชการที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และค่ายลูกเสือ
วันที่ 13 เมษายน 2506 นายพงษ์ศักดิ์ วรสุนทโรสถ อธิบดีกรมอาชีวศึกษาได้ไปดูสถานที่
และมีความเห็นว่าเป็นที่ที่มีดินดี น้ำดี เหมาะแก่การตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมอย่างยิ่ง ต่อมาทางกรมอาชีวศึกษาได้แจ้งให้จังหวัดทราบว่า ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี ในปี 2507 และได้มีการพิจารณาสถานที่ตั้งอาคารเรียนและจัดวางแผนผังออกแบบอาคาร นำเสนอสำนักงบประมาณพิจารณาอนุมัติ แต่ได้รับการทักท้วงจากสำนักงบประมาณว่าการคมนาคมที่จะเข้าไปยังไม่สะดวก ให้ระงับการจัดตั้งไว้ก่อน อย่างไรก็ตามความต้องการที่จะให้มีโรงเรียนเกษตรกรรมขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี เป็นความต้องการของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะประชาชนชาวจันทบุรี 80% ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมทำสวนยางพารา สวนเงาะ สวนทุเรียน สวนส้มจึงเป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี
ดังนั้นจังหวัดจึงได้มอบหมายให้นายประจำ ประทีปฉาย ศึกษาธิการจังหวัด ผู้ซึ่งมีความปรารถนาจะสร้างโรงเรียนเกษตรกรรมมาตั้งแต่ต้น ควบคุมการทำแผนที่แสดงเส้นทางเสนอสำนักงบประมาณ พร้อมทั้งยังชี้แจงให้เหตุผลด้วยวาจาประกอบ เจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณจึงได้มาดูสถานที่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2507 และอนุมัติให้ก่อสร้างโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรีได้ อาคารรุ่นแรกที่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างในปี พ.ศ.2507 คือ
- อาคารเรียน 1 หลัง
- โรงอาหาร 1 หลัง
- บ้านพักครู 5 หลัง
- บ้านพักคนงาน 2 หลัง
จึงสรุปได้ว่าโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี (เกษตรกระทิง) ได้ริเริ่มดำเนินการจัดตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 จนได้รับงบประมาณจัดตั้งเป็นผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2507 รวมเวลาที่รอคอย 15 ปี
ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี คือ นายสมชัย เฟื่องคอน ที่ย้ายมาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมบางพระ ชลบุรี เข้ารับหน้าที่เมื่อ 11 มิถุนายน 2507
มีนักเรียนรุ่นแรก 63 คน ครู 5 คน เปิดเรียนวันแรกเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2507 แต่การก่อสร้างอาคารเรียนยังไม่แล้วเสร็จ จึงได้อาศัยเรียนที่โรงเรียนการช่างสตรีจันทบุรี และได้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี(เกษตรกระทิง) เมื่อปี พ.ศ.2508 และได้เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีที่ 4-5 มีนักเรียน 120 คน ครู 11 คน ได้รับงบประมาณปี 2508 สร้างบ้านพักครูเพิ่ม 4 หลัง บ้านพักคนงาน 3 หลัง เรือนเพาะชำ 1 หลัง คอกสุกร 1หลัง และคอกไก่ 1 หลัง
พ.ศ.2509 เปิดสอนหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย สายอาชีพ แผนกเกษตรกรรม(ม.ศ.6)
มีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 170 คน ครู 13 คน ได้รับงบประมาณสร้างหอพัก 1 หลัง ในปีนี้มีนักเรียน(กระทิงรุ่น 1) เรียนจบ 23 คน ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพแผนกเกษตรกรรม
พ.ศ.2510 นายบัญญัติ บุญปาล (ปัจจุบันเป็นรองศาสตราจารย์) ครูใหญ่โรงเรียนเกษตรกรรมนครปฐม ได้ย้ายมาเป็นครูใหญ่ แทนนายสมชัย เฟื่องคอน ซึ่งย้ายไปเป็นครูใหญ่
ที่โรงเรียนเกษตรกรรมชลบุรี(เกษตรบ้านอำเภอ)
พ.ศ.2511 ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่ม เพื่อสร้างอาคารต่างๆ รวมเป็นเงิน 9 ล้านบาท และอุปกรณ์การเรียนการสอนอีก 10 ล้านบาท นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี(เกษตรกระทิง) ทำให้การเรียนการสอนก้าวหน้ามากจนเป็นที่ยอมรับของประชาชน และมีชื่อเสียงโด่งดัง ขจรไกล การแข่งขันทักษะของนักเรียนก็ติดอันดับที่ดีมาตลอด ในเรื่องขององศ์การเกษตรกรในอนาคต(FFT)ก็เป็นที่กล่าวขานว่า
“นักเรียนโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี(เกษตรกระทิง)ทำได้ดีและดีเยี่ยมที่สุด”
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 องศ์การนักเรียนโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี (เกษตรกระทิง) โดยนายสมโภชน์ วิรัตน์สกุล กระทิงรุ่น 8 ได้ทำเรื่องถึงอาจารย์ใหญ่ เพื่อเสนอกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ขอยกฐานะของโรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี (เกษตรกระทิง)เป็นวิทยาลัยเกษตรกรรมจันทบุรี ด้วยความเห็นชอบของคณะครู-อาจารย์ โรงเรียนเกษตรกรรมจันทบุรี ทั้งนี้ได้รับอนุมัติให้เปิดสอนระดับอนุปริญญา (ปวส.เกษตรกรรม) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2515

ปี พ.ศ. 2531 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อนักเรียนอาชีวศึกษา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อให้วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาใหม่ว่า สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มีหมายความว่า สถาบันเทคโนโลยีอันเป็นมิ่งมงคลแห่งพระราชา เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531